เคยมีคนที่ ดูเหมือนเมา ทั้งที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลยจริงๆ ไหม?
ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่มีภาวะทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นได้จริง เรียกว่า Auto-brewery syndrome หรือ “ภาวะร่างกายหมักแอลกอฮอล์เอง” ซึ่งเป็นภาวะหายาก แต่ส่งผลรุนแรงต่อชีวิตผู้ป่วย ทั้งด้านสุขภาพ กฎหมาย และคุณภาพชีวิต
กรณีชายอายุ 46 ปี ที่ถูกตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดทั้งที่ไม่เคยดื่ม เป็นหนึ่งในเคสที่ช่วยให้วงการแพทย์เข้าใจภาวะนี้มากขึ้น
ABS
Auto-brewery syndrome คืออะไร?
ภาวะร่างกายหมักแอลกอฮอล์เองที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง
Auto-brewery syndrome (ABS) คือภาวะที่จุลชีพในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะ ยีสต์และเชื้อรา สามารถหมักคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็น เอทานอล (Ethanol) ภายในร่างกาย ส่งผลให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงขึ้นได้โดยไม่ต้องดื่มสุรา [Cordell & McCarthy, 2013 – Int J Clin Med]
กลไกทางชีวภาพ: ทำไมลำไส้ถึงผลิตแอลกอฮอล์ได้ (เชื้อที่เกี่ยวข้อง)
งานวิจัยพบว่าเชื้อที่พบบ่อยในผู้ป่วย ABS ได้แก่
- Saccharomyces cerevisiae
- Saccharomyces boulardii
- Candida albicans
- Candida parapsilosis
เชื้อเหล่านี้มีความสามารถในการหมักน้ำตาลและแป้งให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับกระบวนการทำเบียร์หรือไวน์ [Malik et al., 2019 – BMJ Open Gastroenterology]

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด Auto-brewery syndrome
1. การใช้ยาปฏิชีวนะในอดีต
ยาปฏิชีวนะสามารถทำลายสมดุลของจุลชีพในลำไส้ ทำให้เชื้อราหรือยีสต์เจริญเติบโตมากผิดปกติ [Hafez et al., 2020 – ACG Case Reports Journal]
2. อาหารคาร์โบไฮเดรตสูง
เมื่อมีแป้งหรือน้ำตาลมาก เชื้อจะมีวัตถุดิบในการหมักเอทานอลมากขึ้น
3. ปัจจัยเฉพาะบุคคล
ไม่ใช่ทุกคนที่มีเชื้อเหล่านี้จะเป็น ABS แสดงว่าต้องมีปัจจัยร่วมด้านภูมิคุ้มกัน ระบบลำไส้ และพันธุกรรม
ABS
อาการของ Auto-brewery syndrome
ผู้ป่วยอาจมีอาการคล้ายคนเมา ได้แก่
- มึนงง ตอบสนองช้า
- ความจำระยะสั้นแย่ลง
- สมาธิลดลง
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด หรือซึมเศร้า
- เดินเซ พูดไม่ชัด
ที่สำคัญคือ ตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจริง (BAC สูง) แม้ไม่ได้ดื่มสุราเลย
การวินิจฉัย: แพทย์รู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่เมาแล้วโกหก
Carbohydrate challenge test หนึ่งในวิธีมาตรฐานคือ ให้ผู้ป่วยรับประทานคาร์โบไฮเดรต แล้วตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นระยะ
หากระดับ BAC เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ → สนับสนุนการวินิจฉัย ABS [Malik et al., 2019]

ABS
การรักษา Auto-brewery syndrome
แนวทางที่ใช้ในทางการแพทย์
- ยาต้านเชื้อรา (Antifungal therapy)
- ปรับอาหารเป็น Low-carb / Ketogenic diet
- ฟื้นฟูสมดุลลำไส้ (บางรายใช้ probiotics อย่างระมัดระวัง)
- ติดตามระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอย่างต่อเนื่อง
การรักษามักต้องใช้เวลานาน และต้องปรับแผนเฉพาะบุคคล
ผลกระทบต่อชีวิตจริง: มากกว่าแค่เรื่องสุขภาพ
กรณีผู้ป่วยหลายรายถูก
- จับข้อหาเมาแล้วขับ
- ไม่ได้รับความเชื่อถือจากบุคลากรทางการแพทย์
- ส่งผลต่อครอบครัว การงาน และสุขภาพจิต
ABS จึงเป็นตัวอย่างของโรคหายากที่ ความเข้าใจของสังคมมีความสำคัญไม่แพ้การรักษา
สรุป
Auto-brewery syndrome ไม่ใช่ข้ออ้างของคนเมา
แต่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าจุลชีพในลำไส้สามารถผลิตแอลกอฮอล์ในระดับที่ทำให้ผู้ป่วย “เมาได้จริง”
กรณีชายอายุ 46 ปีจากรายงานนี้ ช่วยยืนยันว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ การเสียสมดุลของจุลชีพ และเชื้อราบางชนิด สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
แหล่งอ้างอิง (References)
- Cordell B, McCarthy J. (2013). A case study of auto-brewery syndrome. International Journal of Clinical Medicine.
- Malik F, et al. (2019). Auto-brewery syndrome: a systematic review. BMJ Open Gastroenterology.
- Hafez EM, et al. (2020). Auto-brewery syndrome secondary to Candida overgrowth. ACG Case Reports Journal.
- Dahshan A, Donovan K. (2001). Auto-brewery syndrome in a child. Pediatrics.
- Logan BK, Jones AW. (2000). Endogenous ethanol production in humans. Journal of Analytical Toxicology.
ABS-ทางการแพทย์ที่มีหลักฐานชัดเจน


